วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

15Lab4



12Lab4




9Lab4




6lab4

จากประสบการณ์ที่เคยเรียนมาในรายวิชาการเขียนโปรแกรมต่างๆ คิดว่าตัวดำเนินการทั้งสอง
ลักษณะมักจะใช้ในสถานการณ์ การคำนวณค่าตัวแปรต่างๆตามเงื่อนไขที่กำหนด

14Lab3




7Lab3




4lab3



วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Geotag

Geotag คือการระบุพิกัดสถานที่ที่ถ่ายภาพโดยบันทึกพิกัดลงในข้อมูลภาพถ่ายได้ด้วย เพราะบางคนเวลาถ่ายภาพแล้วนานไปจำไม่ได้ว่ารูปเนี่ย ถ่ายที่ไหน ก็มีฟังก์ชั่นสำหรับผู้ที่มี GPS คือ ขณะที่ถ่ายรูปก็เปิดให้ GPS เก็บ track ไว้ หลังจากนั้นก็ใช้โปรแกรม GeoSetter (ฟรี) เพื่อ map รูปภาพกับตำแหน่งเข้าด้วยกัน เมื่อได้รูปที่มีตำแหน่ง GPS อยู่ด้วยกันแล้วก็ uploadไปที่เวปฝากรูปเช่น Flickr ซึ่งทางเวปนั้นจะสามารถไปแสดงตำแหน่งบนแผนที่ได้อย่างแม่นยำ ใครสนใจไปลองใช้งานดูได้นะ มีในโนเกีย แล้วอะ

KML,KMZ

KML หรือ Keyhole Markup Language คือไวยากรณ์และรูปแบบไฟล์ XML สำหรับการทำโมเดลและการจัดเก็บคุณลักษณะทางภูมิศาสตร์ เช่น จุด เส้น ภาพ รูปหลายเหลี่ยม และโมเดลสำหรับแสดงใน Google Earth และ Google Maps คุณสามารถใช้ KML เพื่อเผยแพร่สถานที่และข้อมูลกับผู้ใช้แอปพลิเคชันรายอื่นๆ ได้ คุณสามารถหาไฟล์ตัวอย่าง KML บนห้องแสดงภาพ KML ไซต์ชุมชน Google Earth ที่ให้รายละเอียดเกี่ยวกับคุณลักษณะและสถานที่ที่น่าสนใจ
ไฟล์ KML ได้รับการประมวลผลโดย Google Earth ด้วยวิธีเดียวกับที่ไฟล์ HTML และ XML ได้รับการประมวลผลโดยเว็บเบราว์เซอร์ เช่นเดียวกับ HTML KML มีโครงสร้างพื้นฐานเป็นแท็ก ที่มีชื่อและแอตทริบิวต์ที่ใช้เฉพาะสำหรับการแสดงผล ดังนั้น Google Earth จึงทำงานเช่นเดียวกับเบราว์เซอร์ของไฟล์ KML เรียนรู้เพิ่มเติม
Google Maps สามารถแสดงคุณลักษณะของ KML ได้เฉพาะบางอย่าง สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม ดูที่ หัวข้อความช่วยเหลือ Google Maps
หมายเหตุ - ไฟล์ KMZ คือไฟล์ KML ในเวอร์ชันบีบอัด Google Earth สามารถเปิดไฟล์ KML และ KMZ ถ้าไฟล์เหล่านี้มีนามสกุึลของไฟล์ถูกต้อง (.kml or .kmz)

---ข้อมูลจำเพาะและบทแนะนำ KML
---การตั้งค่าตัวเลือกข้อผิดพลาด KML

ที่มา---http://earth.google.com/intl/th/userguide/v4/ug_kml.html

Mapserver VS Geoserver

แนวทางการพัฒนาระบบแผนที่บน web หรือที่เรียกว่า OWS (Open Web Service)แบ่งออกไปด้านสองแนวทาง แนวทางแรกคือการพัฒนาด้วยภาษา C/C+ อีกแนวทางหนึ่งการพัฒนาด้วยภาษา Javaแนวทางการพัฒนาด้วยภาษา C/C+ คือ Mapserver ส่วนการพัฒนาด้วยภาษา Java คือ Geoserver

วันพุธที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Openlayers


WebGIS

เทคโนโลยีของ WebGIS แบ่งได้ออกเป็น ระบบใหญ่ได้ดังนี้
1.ระบบ Open Web Service (OWS) อันประกอบด้วย
1.1 Web Mapping Service (WMS) คือส่วนที่ให้บริการข้อมูลในส่วนของข้อมูลภาพ อันได้แก่ภาพถ่ายดาวเทียมภาพถ่ายทางอากาศ
1.2 Web Feature Service (WFS) คือส่วนที่ให้บริการข้อมูลในส่วนของข้อมูลที่เป็น Vector
2.ระบบการสร้าง ตามแนวทางรหัสเปิดหรือ Open source อันประกอบด้วยการพัฒนาควบคู่กันในสองส่วนก็คือ
2.1แนวทางพัฒนาด้วยภาษา C/C+
ตัวอย่างแนวทางการพัฒนาด้วยภาษา C/C+ เช่น Mapserver, GDAL
2.2แนวทางการพัฒนาด้วย เทคโนโลยีของ Java ตัวอย่างแนวทางพัฒนาด้วยเทคโนโลยีของ Java เช่น Geoserver , Geotools
นอกจากนี้ยังมีแนวทางการพัฒนาในลักษณะของ database เช่น PostGIS เป็นต้น
เหล่านี้ล้วนแต่ เป็นช่องทางให้เราได้เรียนรู้ และพัฒนาระบบข่าวสารข้อมูล ด้วยความรวดเร็ว จนไปสู่ในยุคที่ผู้ใช้สามารถแก้ไขและเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่อยู่บนโลกของเราได้ ด้วยตนเอง

http://www.resgat.net/modules.php?name=News&file=article&sid=73


เพิ่มเติมเกี่ยวกับWebGIS
http://www.gisdevelopment.net/magazine/malaysia/2006/july-sep/12_1.htm

API

ม่ะมาเริ่มกันเลยดีกว่า อันนี้เป็นกระทู้ถามตอบเกี่ยวกับAPI
เห็นว่าอธิบายได้พอคร่าวๆๆ จะยกสรุปมาไว้ ถ้าอยากอ่านเพิ่มเติมมีลิ้งค์มาให้จ้า
คิดว่าควรจะไปหาหนังสือ JAVA มาอ่านซักเล่มเพื่อเพิ่มความเข้าใจก่อนจะทำอย่างอื่นต่อๆไปนะ

Application Program Interface หรือ API หรือ เอพีไอ คือ วิธีการเฉพาะสำหรับการเรียกใช้ระบบปฏิบัติการหรือแอพพลิเคชั่นอื่นๆ หรือชุดโค้ด คอมพิวเตอร์ซึ่งทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานระหว่างแอพพลิเคชั่นกับระบบปฏิบัติการการที่แอพพลิเคชั่นจะเชื่อมต่อการทำงานกับระบบปฏิบัติการได้นั้น จำเป็นต้องมีเอพีไอเป็นตัวเชื่อม ซึ่งหากไม่มีการเปิดเผยเอพีไอของระบบปฏิบัติการ ออกมาแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่โปรแกรมเมอร์จะพัฒนาแอพพลิเคชั่นของเขาให้ทำงานเข้ากับระบบปฏิบัติการได้เต็ม 100%อย่างไรก็ตาม แม้เอพีไอจะเป็นอินเตอร์เฟสชนิดหนึ่ง แต่จะทำหน้าที่เชื่อมต่อการทำงานของโปรแกรม ซึ่งต่างไปจากยูสเซอร์อินเตอร์เฟส (User Interface) ทั้งแบบกราฟิก (Graphical User Interface; GUI) และแบบเดิมที่เป็นบรรทัดคำสั่ง (Command Line) ที่เป็นอินเตอร์เฟสเชื่อมต่อระบบคอมพิวเตอร์กับผู้ใช้

http://www.vcharkarn.com/include/vcafe/showkratoo.php?Pid=17853

ปีสามเทอมสองเริ่มต้นขึ้นแล้ว

กลับมาสู่ความเป็นจริงกันอีกครั้ง

เปิดเทอมมาครั้งนี้ไม่มีความตื่นเต้นหรือกระตือรือล้นอะไรเลย

เฉื่อยๆๆเฉิ่มๆๆยังไงบอกไม่ถูกมึนๆงงแอ๊ะจะทำอะไรดีกับชีวิต

อะไรก็เหมือนจะยากแต่อยากจะตั้งใจทุกวิชาแต่กลัวมานจะได้แป็บเดียว

อยากเก่งทุกโปรแกรม อยากนู้นอยากนี้ เฮ้ย


ขยันเท่านั้น ๆๆๆๆๆๆๆ

วันพุธที่ 23 กันยายน พ.ศ. 2552

สวยดีลองดู

http://www.4x4.in.th/webboard4000/04491.html


ภาพถ่ายมุมสูงของโลกในเวลากลางคืน สวยดีอะ

สอบวันนี้มันมากเลยค่ะ อิอิ ๒๓/๐๙/๒๕๕๒

Parcel

parcel คือแปลงที่ดิน แปลงที่ดินแต่ละแปลงจะมีรูปร่างแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ซึ่งในทางข้อมูล GIS มันก็เป็น Polygon หนึ่งในฐานข้อมูล ซึ่งมีพิกัดและขนาดที่เกิดจากมาตราส่วนของแผนที่นั่นเอง

vector and raster data model



การสอบถามข้อมูล GIS อย่างง่าย



แสดงเมืองที่มีตัวอักษรตัวหน้าเป็นตัว "C"

วันอังคารที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2552

งานเข้าตลอด

BLOG จ๋าน้องมิ้มไม่มีเวลา UP เลย ขอโทษที่ปล่อยให้เหงาแระเดียวดายนะจ๊ะ

แวะมาเยี่ยม
เดวจะหาไรมาใส่ต่อซะหน่อยกันลืม
อิอิ

วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ระบบพิกัดที่ใช้ในแผนที่

สำหรับระบบพิกัดที่ใช้อ้างอิงกำหนดตำแหน่งบนแผนที่ที่นิยมใช้กับแผนที่ในปัจจุบัน มีอยู่ด้วยกัน 2 ระบบ คือ 1) ระบบพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinate)
2) ระบบพิกัดกริด (Grid Coordinate) ในที่นี้จะพูดถึง พิกัดกริดแบบ UTM (Universal Transvers Mercator) ซึ่งใช้กับแผนที่ภูมิประเทศชุด L 7017 ของกรมแผนที่ทหาร

ระบบพิกัดภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinate System) เป็นระบบพิกัดที่กำหนดตำแหน่งต่างบนพื้นโลก ด้วยวิธีการอ้างอิงบอกตำแหน่งเป็นค่าระยะเชิงมุมของละติจูด (Latitude) และ ลองกิจูด (Latitude) ตามระยะเชิงมุมที่ห่างจากศูนย์กำเนิด (Origin) ของละติจูดและลองกิจูด ที่กำหนดขึ้นสำหรับศูนย์กำเนิดของละติจูด (Origin of Latitude) นั้นกำหนดขึ้นจากแนวระดับ ที่ตัดผ่านศูนย์กลางของโลกและตั้งฉากกับแกนหมุน เรียกแนวระนาบศูนย์กำเนิดนั้นว่า เส้นศูนย์สูตร (Equator) ซึ่งแบ่งโลกออกเป็นซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ ฉะนั้นค่าระยะเชิงมุมของละติจูด จะเป็นค่าเชิงมุมที่เกิดจากมุมที่ศูนย์กลางของโลก กับแนวระดับฐานกำเนิดมุมที่เส้นศูนย์สูตร ที่วัดค่าของมุมออกไปทั้งซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ ค่าของมุมจะสิ้นสุดที่ขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ มีค่าเชิงมุม 90 องศาพอดี ดังนั้นการใช้ค่าระยะเชิงมุมของละติจูดอ้างอิง บอกตำแหน่งต่างๆ นอกจากจะกำหนดเรียกค่าวัดเป็น องศา ลิปดา และฟิลิปดา แล้วจะบอก ซีกโลกเหนือหรือใต้กำกับด้วยเสมอ เช่น ละติจูดที่ 30 องศา 00 ลิปดา 15 ฟิลิปดาเหนือ ส่วนศูนย์กำหนดของลองกิจูด (Origin of Longitude) นั้น ก็กำหนดขึ้นจากแนวระนาบทางตั้งที่ผ่านแกนหมุนของโลกตรงบริเวณตำแหน่งบนพื้นโลกที่ผ่านหอดูดาว เมืองกรีนิช (Greenwich) ประเทศอังกฤษ เรียกศูนย์กำเนิดนี้ว่า เส้นเมริเดียนเริ่มแรก (Prime Meridian) เป็นเส้นที่แบ่งโลกออกเป็นซีกโลกตะวันตกและซีกโลกตะวันออกค่าระยะเชิงของลองกิจูดเป็นค่าที่วัดมุมออกไปทางตะวันตก และตะวันออกของเส้นเมอริเดียนเริ่มแรก วัดจากศูนย์กลางของโลกตามแนวระนาบ ที่มีเมอริเดิยนเริ่มแรกเป็นฐานกำเนิดมุมค่าของมุมจะสิ้นสุดที่เส้นเมอริเดียนตรงข้ามเส้นเมริเดียนเริ่มแรกมีค่าของมุมซีกโลกละ 180 องศา การใช้ค่าอ้างอิงบอกตำแหน่งก็เรียกกำหนดเช่นเดียวกับละติจูด แต่ต่างกันที่จะต้องบอกเป็นซีกโลกตะวันตก หรือตะวันออกแทน เช่น ลองกิจูดที่ 90 องศา 00 ลิปดา 00 ฟิลิปดาตะวันตก

ระบบพิกัดกริด UTM (Universal Transvers Mercator co-ordinate System) พิกัดกริด UTM (Universal Transvers Mercator) เป็นระบบตารางกริดที่ใช้ช่วยในการกำหนดตำแหน่งและใช้อ้างอิง ในการบอกตำแหน่ง ที่นิยมใช้กับแผนที่ในกิจการทหารของประเทศต่าง ๆ เกือบทั่วโลกในปัจจุบัน เพราะเป็นระบบตารางกริดที่มีขนาดรูปร่างเท่ากันทุกตาราง และมีวิธีการกำหนดบอกค่าพิกัดที่ง่ายและถูกต้องเป็นระบบกริดที่นำเอาเส้นโครงแผนที่แบบ Universal Transvers Mercator Projection ของ Gauss Krugger มาใช้ดัดแปลงการถ่ายทอดรายละเอียดของพื้นผิวโลกให้รูปทรงกระบอก Mercator Projection อยู่ในตำแหน่ง Mercator Projection (แกนของรูปทรงกระบอกจะทับกับแนวเส้นอิเควเตอร์ และตั้งฉากกับแนวแกนของขั้วโลก) ประเทศไทยเราได้นำเอาเส้นโครงแผนที่แบบ UTM นี้มาใช้กับการทำแผนที่กิจการทหารภายในประเทศจากรูปถ่ายทางอากาศในปี 1953 ร่วมกับสหรัฐอเมริกา เป็นแผนที่มาตราส่วน 1:50,000 ชุด 708 และปรับปรุงใหม่เป็นชุด L 7017 ที่ใช้ในปัจจุบัน
แผนที่ระบบพิกัดกริด ที่ใช้เส้นโครงแผนที่แบบ UTM เป็นระบบเส้นโครงชนิดหนึ่งที่ใช้ผิวรูปทรงกระบอกเป็นผิวแสดงเส้นเมริเดียน (หรือเส้นลองกิจูด) และเส้นละติจูดของโลก โดยใช้ทรงกระบอกตัดโลกระหว่างละติจูด 84 องศาเหนือ และ 80 องศาใต้ในลักษณะแกนรูปทรงกระบอก ทำมุมกับแกนโลก 90 องศารอบโลก แบ่งออกเป็น 60 โซนๆ ละ 6 องศา โซนที่ 1 อยู่ระหว่าง 180 องศา กับ 174 องศาตะวันตก และมีลองกิจูด 177 องศาตะวันตก เป็นเมริเดียนย่านกลาง (Central Meridian) มีเลขกำกับแต่ละโซนจาก 1 ถึง 60 โดยนับจากซ้าย ไปทางขวาระหว่างละติจูด 84 องศาเหนือ 80 องศาใต้ แบ่งออกเป็น 2 ช่อง ช่องละ 8 องศา ยกเว้นช่องสุดท้ายเป็น 12 องศา โดยเริ่มนับตั้งแต่ละติจูด 80 องศาใต้ ขึ้นไปทางเหนือ ให้ช่องแรกเป็นอักษร C และช่องสุดท้ายเป็นอักษร X (ยกเว้น I และ O) จากการแบ่งตามที่กล่าวแล้วจะเห็นพื้นที่ในเขตลองกิจูด 180 องศาตะวันตก ถึง 180 องศาตะวันออก และละติจูด 80 องศาใต้ ถึง 84 องศาเหนือ จะถูกแบ่งออกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า 1,200 รูป แต่ละรูปมีขนาดกว้างยาว 6 องศา x 8 องศา จำนวน 1,140 รูป และกว้างยาว 6 องศา x 12 องศา จำนวน 60 รูป รูปสี่เหลี่ยมนี้เรียกว่า Grid Zone Designation (GZD) การเรียกชื่อ Grid Zone Designation ประเทศไทยมีพื้นที่อยู่ ระหว่างละติจูด 5 องศา 30 ลิปดา เหนือ ถึง 20 องศา 30 ลิปดา เหนือ และลองกิจูดประมาณ 97 องศา 30 ลิปดา ตะวันออก ถึง 105 องศา 30 ลิปดา ตะวันออก ดังนั้น ประเทศไทยจึงตกอยู่ใน GZD 47N 47P 47Q 48N 48P และ 48Q การอ่านค่าพิกัดกริดเพื่อให้พิกัดค่ากริดในโซนหนึ่งๆ มีค่าเป็นบวกเสมอ จึงกำหนดให้มีศูนย์สมมุติขึ้น 2 แห่ง ดังนี้ - ในบริเวณที่อยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร : เส้นศูนย์สูตรมีระยะห่างจากศูนย์สมมุติเท่ากับ 0 เมตร, และเส้นเมริเดียนย่านกลางห่างจากศูนย์สมมุติ 500,000 เมตร ทางตะวันออก - ในบริเวณที่อยู่ใต้เส้นศูนย์สูตร : เส้นศูนย์สูตรมีระยะห่างจากศูนย์สมมุติไปทางเหนือ 10,000,000 เมตร และเมริเดียนย่านกลางห่างจากศูนย์สมมุติ 500,000 เมตร ทางตะวันออก

วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ปฎิบัติการที่ 6 SQL

ข้อ h :

จากข้อ f : SELECT Studentid,Name,Adivisor,Class,Hobby FROM Student WHERE Hobby LIKE'อ่านหนังสือ'
จะได้ผลดังรูป

เมื่อแปลออกมาเป็นภาษาคำถามของมนุษย์จะได้ว่า


"ให้เลือกแสดงฟิลด์รหัสนิสิต ชื่อนิสิต อาจารย์ที่ปรึกษา ชั้นและงานอดิเรก จากตารางนักเรียน (Student) โดยมีเงื่อนไขเป็นงานอดิเรกอ่านหนังสือ"


ข้อ i :
" เลือกฟิลด์ทั้งหมดจากตารางรายวิชา (Subject) "
จะเขียนเป็นภาษา SQLได้ดังนี้
SELECT * FROM Subject
จะได้ผลดังรูป
ข้อ j :


"ให้เลือกฟิลด์รหัสรายวิชา ชื่อรายวิชา และจำนวนหน่วยกิต จากตารางรายวิชา (Subject)"
จะเขียนเป็นภาษา SQLได้ดังนี้
SELECT Subjectid,Name,Credit FROM Subject
จะได้ผลดังรูป
ข้อ k :

"ให้เลือกฟิลด์รหัสรายวิชา ชื่อวิชา และจำนวนหน่วยกิต จากตารางรายวิชา(Subject) โดยมีเงื่อนไขคือเป็นรายวิชา 104111"

จะเขียนเป็นภาษาSQLได้ดังนี้

SELECT Subjectid,Name,Credit FROM Subject WHERE Subjectid LIKE'104111'

จะได้ผลดังรูป ข้อ 0 :
จากข้อ n : SELECT Student.Studentid,Student.Name,Register.Score,Register.Grade,Subject.Name FROM Register,Student,Subject WHERE (Register.Studentid = Student.Studentid) AND(Register.Subjectid = Subject.Subjectid AND Register.Subjectid = 104111)
จะได้ผลดังรูป
แปลออกมาเป็นภาษาคำถามมนุษย์

"ให้เลือกแสดงฟิลด์รหัสนิสิต ชื่อนิสิต คะแนน เกรด รายชื่อวิชา จากตารางStudentและตารางsubjectcและตาราง Register โดยมีเงื่อนไขคือแสดงเฉพาะนิสิตที่เรียนวิชา104111"

ข้อ p :

"ให้เลือกแสดงฟิลด์รหัสนิสิต ชื่อนิสิต คะแนน เกรด และชื่อรายวิชา จากตาราง student ,Register,subject โดยมีเงื่อนไขคือแสดงเฉพาะรายวิชารหัส 104111 เท่านั้น และนิสิตอยู่ในชมรมภูมิศาสตร์เท่านั้น"

จะเขียนเป็นภาษาSQLได้ดังนี้
SELECT Student.Studentid,Student.Name,Register.score,Register.Grade,Subject.Name FROM Register,Student,Subject WHERE (Register.Studentid = Student.Studentid) AND(Register.Subjectid =Subject.Subjectid AND Register.Subjectid = 104111 AND Club LIKE 'ภูมิศาสตร์')

จะได้ผลดังรูป


วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2552

Relational Model

>>>โครงสร้างของฐานข้อมูลอยู่ในรูปของรีเลชัน หรือ ตาราง ประกอบด้วยแถว (Tuple) และสดมภ์ (Attribute)
>>>การควบคุมความถูกต้อง
•Tuple มีข้อมูลไม่ซ้ำกัน
•Tuple ไม่มีลำดับจากบนลงล่าง
•Attribute ไม่มีลำดับจากซ้ายไปขวา
•ค่าของ Attribute ทุกค่าจะต้องเป็น atomicity
>>>ตัวอย่างของภาษาปฏิบัติการ คือ SQL
>>>ลักษณะเด่น
•เหมาะสำหรับงานเลือกดูข้อมูลแบบหลายฟิลด์ข้อมูล
•ป้องกันข้อมูลถูกทำลายหรือแก้ไขได้ดี
•การเลือกดูข้อมูลทำได้ง่าย
>>>ข้อจำกัด
•แก้ไขปรับปรุงข้อมูลทำได้ยาก
•มีค่าใช้จ่ายของระบบสูงมาก

Data Model

ฐานข้อมูลแบบลำดับชั้น (Hierarchical Model):
ฐานข้อมูลแบบเครือข่าย (Network Model):
ฐานข้อมูลแบบเชิงสัมพันธ์ (Relational Model):
ฐานข้อมูลแบบเชิงวัตถุ(Object-Oriented Model):
ฐานข้อมูลแบบเชิงวัตถุ-สัมพันธ์(Object-Relational Model):

Database vs GeoDatabase

3DIT

Spatial Distribution: การกระจายในเชิงพื้นที่ ดูว่ามันกระจายอย่างไร อย่างเช่น กระจายแบบกระจุกตัวเป็นหย่อมๆไปทั่วพื้นที่ หรือ กระจายตัวห่างๆกันเท่าๆกันเป็นบล๊อคๆ หรือ กระจายทั่วพื่อนที่ทั่วๆไป อย่างเช่นต้นไม้ในป่า

Spatial Differentiation: ความแตกต่างในเชิงพื้นที่ อย่างเช่น เชียงใหม่กับประจวบต่างกันไหมก็ต่างกันเชียงใหม่มีเขามีหมอก ส่วนประจวบมีทะเล อะไรแบบนี้ หรือว่า ที่ทะเลก็เห็นต้นมะพร้าวเยอะ ไม่มีต้นข้าวริมทะเล ส่วนพิจิตรเจอแต่ท้องนาต้นข้าวเยอะ

Spatial Diffusion: การแพร่กระจายเชิงพื้นที่ ก็คือบอกว่าเริ่มจากตรงไหนไปตรงไหน อย่างเช่นเชื้อโรค ไข้หวัด2009 นั้นคือเริ่มพยจากแม็กซิโกแล้วเริ่มแพร่กระจายไปยังประเทศต่างๆไปเรื่อยๆนั้นเอง หรืออย่างวัฒนธรรมก้เช่นกัน แพร่จากญี่ปุ่นมาไทยเช่นทรงผม

Spatial Interaction: การปฏิสัมพันธ์กันเชิงพื้นที่ การตั้งห้างสรรพสินค้าผู้ตั้งก็ต้องว่างแผนการตั้งว่าถ้าตั้งทำเลนี้จะสามารถดึงลูกค้ามาจากจังหวัดต่างๆได้มากน้อยแค่ไหนนั้นเอง หรืออีกอย่างก็พื้นที่ราบลุ่มเหมาะแก่การปลูกข้าวอะไรแบบนี้อะจ้า

Spatial Temporal: ช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกันเชิงพื้นที่ เมื่อเวลาเปี่ยนสิ่งที่ปรากฏบนพื้นที่แต่ละพื้นที่ก็จะเปลี่ยนไป กาลเวลาเปลี่ยนไปสองแบบนะ
อย่างแรก เป็นฤดู ฤดูมันก็จะวนไปเรื่อยๆแล้วกลับมาใหม่ อย่างเช่นการปลูกข้าวแบบเมื่อก่อน ในเดือนนี้ๆก็จะปลูกข้าวหลังจากนั้นก็จะไม่มีข้าวในนาจนจะครบฤดูปลูกใหม่ถึงจะเห็น อย่างที่สอง เวลาแบบที่ผ่านไปเรื่อยๆอย่างเช่น การก่อสร้างอะขึ้นมาใหม่ในแต่ละพื้นที่สร้างแล้วก็สร้างเลยไม่มีการมาทุบแล้วสร้างใหม่จ้า

วันจันทร์ที่ 8 มิถุนายน พ.ศ. 2552

เทคนิคการถ่ายภาพผ่านกระจก

กล้องCanon ตอนนี้มีโหมดถ่ายภาพ อะควอเลี่ยมด้วย
ให้ใช้โหมดนี้ในการถ่ายภาพผ่านกระจก
เวลาถ่ายควรจะให้เลนส์ใกล้กับกระจกมากที่สุดจ้า
แต่ถ้าใครใช้กล้องที่ไม่มีโหมดนี้ เวลาถ่ายให้ปิดเฟต
แล้วตั้งค่าISOสูงๆ จ้าก็จะได้ภาพสวยๆเหมือนกัน
ทีนี้เวลาไปเที่ยวอันเดอร์วอเตอร์เวิลเราก็จะได้ภาพสัตว์น้ำน่ารักมาอวดเพื่อนๆได้แระจ้า

เทคนิคนี้ดูมาจากรายการทีวีเมื่อวานนะจ๊ะ

การเขียนภาพด้วยแสงไฟ




การเขียนภาพด้วยแสงไฟการถ่ายภาพแบบให้แสงไฟสีต่าง ๆ ต้องใช้ห้องที่มืดสนิทโดยมีฉากผ้าหรือกระดาษสีดำ แสงไฟสีทำได้โดยใช้ไฟฉายธรรมดาขนาดเล็ก หุ้มกระดาษแก้วสีต่าง ๆ ตามความต้องการ จัดตั้งไฟแฟลชให้ส่องตรงไปยังแบบ แบะอาจใช้แฟลชอีก 1 ดวง ติดสนูท (Snoot) เป็นกรวยบีบแสง ให้ส่องตรงไปเฉพาะจุดที่ผมเพื่อมิให้ตัวแบบกลืนไปกับความมืดของฉากหลังเมื่อจัดฉากเรียบร้อยแล้วให้แบบยืนแสดงท่าตามต้องการ ให้ผู้วาดเส้น แสง สี คลุมพาดดำถือไฟฉายหุ้มกระดาษแก้วสี ยืนด้านหลังของแบบกล้องถ่ายภาพต้องตั้งบนขาตั้งกล้อง เปิดความเร็วชัตเตอร์ที่ B ส่วนช่องรับแสงตั้งไว้ที่ f11 เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็ให้กด ชัตเตอร์ ผู้วาดเส้นจะเริ่มเปิดไฟฉายวาดแสงสีต่าง ๆ ตามต้องการ เช่น ใช้กระดาษแก้วสีแดงวาด 15 วินาที แล้วเปลี่ยนกระดาษแก้วเป็นสีฟ้า 10 วินาที กระดาษแก้วสีเหลืองอีก 5 วินาที หลังจากนั้นผู้วาดแบบจะออกมาจากฉากเปิดไฟแฟลช 1 ครั้ง แล้วปิดชัตเตอร์จะได้ภาพตามต้องการส่วนภาพแสงเทียนประกอบกับดอกไม้ไฟนั้น ก็จัดฉากให้เป็นสีดำ จัดแบบเทียนไขสีต่าง ๆ ให้ได้ขนาดตามต้องการ ตั้งบนแผ่นไม้รองเทียนที่มีขาตั้งสีดำกลมกลืนกับความมืด กล้องถ่ายภาพตั้งบนขาตั้งกล้อง เปิดความเร็วชัตเตอร์ที่ B ช่องรับแสงเปิดที่ f11 เมื่อเรียบร้อยแล้ว จุดเทียนไขกดชัตเตอร์ใช้เวลาประมาณ 5 วินาที จากนั้นให้ผู้ช่วยที่คลุมผ้าดำ จุดดอกไม้ไฟวนไปมารอบเทียนไขอีกประมาณ 3 – 5 วินาที แล้วปิดชัตเตอร์




คอมไม่มีเล่นอะ

หือๆๆ
ต้องไปหาคอมคนนู้นคนนี้มาเล่น
พระเจ้า!!!!!
เมื่อไหร่จะได้ว่ะเนี๊ย
งืมๆๆ
เหลืองานอีกอันนึง
ว่าจะไปยืมหนังสือ ไม่ได้ยืมอีกแระ
ว่าจะตลอด.........

วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์


ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์
(Geographic Information System : GIS)


คือระบบจัดการฐานข้อมูลที่มีส่วนสัมพันธ์กับข้อมูลเชิงพื้นที่ (Spatial Data) ซึ่งรูปแบบและความสัมพันธ์ของข้อมูลเชิงพื้นที่ทั้งหลาย จะสามารถนำมาวิเคราะห์ด้วย GIS และทำให้ สื่อความหมายในเรื่องการเปลี่ยนแปลงที่สัมพันธ์กับช่วงเวลาได้

ความแตกต่าง


ความแตกต่างของข้อมูล กับ สารสนเทศ

ให้ทำความเข้าใจแบบง่ายๆเลยนะ

ข้อมูลก็เหมือนกับอะไรก็ได้ที่เรามองเห็น แต่เราไม่ได้สนใจมัน มันก็จะไม่มีความหมายในสายตาเราไง

ส่วน สารสนเทศก็เหมือนกับอะไรที่เราสนใจมานอยู่ในสายตาเราพอเรามองเห็นสมองมานก็จะเอาไปตีความ มันเลยกลายเป็นสิ่งที่มีความหมายสำหรับเรา และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้

งงอะป่าวเอ่ย ??? แต่คิดว่าน่าจะเข้าใจนะ อิอิ

จะลองมายกตัวอย่างแล้วกัน

ข้อมูล :มีรถสปอร์ทหรู30 คัน มีผู้รักษาความปลอดภัย 5 คน (เป็นเพียงข้อมูลถ้าไม่ได้สนใจก็ไม่มีค่าอะไรรู้แล้วก็ผ่านไป)

สารสนเทศ :อัตรารถสปอร์ทหรูที่มีต่อผู้รักษาความปอดภัย = 30/5=6 (เราเกิดการตีความโดยเอาข้อมูลที่มีมาใช้ สารสนเทศจึงเกิดความหมายและนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างถ้ามีคนมาถามเพื่อที่จะฝากดูแลรถเราก็จะตอบได้ว่าผู้รักษาความปลอดภัย1คนจะดูแลรถ6คัน)

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ฟิ๊ว ฟิ๊ว


เห้ยคอมไม่มีใช้

เซ็งว่ะ

ทำไรไม่ได้เลย

เมื่อไหร่จะได้ว่ะ

หือๆๆ

งานก็มาให้เต็ม

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ความหมาย ข้อมูล สารสนเทศ ภูมิสารสนเทศและฐานข้อมูล

ทำความเข้าใจเล็กๆน้อยๆก่อนเรียนนะจ๊ะ

ข้อมูล (Data) หมายถึงข้อเท็จจริงต่างๆ ที่มีอยู่ในโลกนี้ใช้แทนด้วยตัวเลข ภาษา หรือสัญลักษณ์ที่ยังไม่มีการปรุงแต่งหรือประมวลผลใดๆ

สารสนเทศ(Information)หมายถึง สิ่งที่ได้จากการนำข้อมูลที่เก็บรวบรวมไว้มาประมวลผล เพื่อนำมาใช้ประโยชน์ตามจุดประสงค์ สารสนเทศ จึงหมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการเลือกสรรให้เหมาะสมกับการใช้งานให้ทันเวลา และอยู่ในรูปที่ใช้ได้ สารสนเทศที่ดีต้องมาจากข้อมูลที่ดี

เขียนให้เห็นภาพเข้าใจง่ายขึ้นไหม
ข้อมูล ----> การประมวลผล ----> สารสนเทศ

ภูมิสารสนเทศ (Geo-Informatics) หมายถึง “ข้อมูลเชิงตำแหน่งทุกชนิด ไม่ว่าจะอยู่ในลักษณะที่เป็นเอกสารหรือเชิงเลข (Digital) หรือจะได้มาจากกระบวนการหรือกรรมวิธีใด” ดังนั้นด้วยความหมายนี้ทำให้ภูมิสารสนเทศ หมายรวมถึง แผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศ ภาพดาวเทียม ข้อมูลเวคเตอร์ แบบจำลองภูมิประเทศเชิงเลข ตลอดจนข้อมูลจากการสำรวจรังวัดทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นการรังวัดแบบดั้งเดิม (Conventional Survey) หรือจากการรังวัดสมัยใหม่ด้วยสัญญาณดาวเทียม GPS ฯลฯ

^^--หรือสรุปง่ายๆก็คือนั้นเองจ้าเทคโนโลยีที่ใช้สำหรับการรวบรวม จัดเก็บ วิเคราะห์ จัดการ และตีความข้อมูลข่าวสารเชิงพื้นที่--^^

ฐานข้อมูล(Database) คือ การรวบรวมข้อมูลที่มีความสัมพันธ์กันโดยจะเก็บอยู่ภายใต้หัวเรื่องหรือจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง

รู้ไว้ใช่ว่านะจ๊ะ....
ฐานข้อมูลไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ในการช่วยเก็บเสมอไป อาจเป็นฐานข้อมูลที่เก็บลงในหนังสือก็ได้ เช่น สมุดโทรศัพท์ พจนานุกรม เป็นต้น การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นฐานแบบนี้ ก็เพื่อง่ายต่อการค้นหา
การเก็บฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์จะทำให้การค้นและการวิเคราะห์ฐานข้อมูลที่มีอยู่เป็นไปได้อย่างรวดเร็ว จึงเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน


*+++*จะบอกอีกว่าในปัจจุบันนิยมเก็บฐานข้อมูลไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ จึงจะเห็นได้ว่าถ้าพูดถึงฐานข้อมูลก็ขอให้เข้าใจว่า เป้นฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์จ้า;]

วันอังคารที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2552

welcom to my blog

ก่อนอื่นก็ สวัสดีกันก่อนเลยนะ
นี่ก็เป็นblogแรกที่ทำจริงๆจังนะ
ยังไงก็จะทำให้น่าอ่านที่สุดเลยแล้วกัน
ขอบคุณตัวเองที่เลือกลงวิชานี้ จะตั้งใจเรียนสุดๆ
ขอบคุณทุกคนที่อยู่รอบๆกายคอยให้กำลังใจและคำปรึกษา
__by kitty_devil__

ขยันเท่านั้น ทำทันทุกวิชา
อิอิ ;)